Happy Birthday
posted on 07 Jan 2009 21:00 by giftinthebox
“เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของคนทั้งโลก เป็นเรื่องจริงที่เกิดในซอกหลืบเล็ก ๆ ในสังคมบ้านเรา ซึ่งถ้าเราเจาะลึกลงไปจริง ๆ แล้วเรื่องราวเหล่านี้ในสังคมมันมีเยอะมาก แต่เราไม่ได้สนใจกันเท่านั้นเอง มันเป็นเรื่องของพลังงานความรักที่มันมหาศาล อย่างคนๆ หนึ่ง ที่ไม่มีสภาพที่จะดูแลตัวเองได้ เค้ามีชีวิตอยู่ได้ด้วยอะไร อะไรหล่อเลี้ยงเค้า มันก็คือความรักของคนๆ หนึ่ง ถ้าไม่มีความรักหล่อเลี้ยงเค้าคงตายไปแล้ว คน ๆ นี้อยู่ได้ด้วยพลังงานความรักของอีกคน...ซึ่งมันต้องเป็นความรักที่มากกว่าหนุ่มสาวทั่วๆ ไป ถ้าคุณไม่มีพลังงานของความรักเยอะขนาดนั้นเนี่ยคุณก็อยู่ไม่ได้ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับความรักในสังคมปัจจุบัน เมื่อหมดรักแล้วเค้าก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่กันได้ แต่ถ้าเป็นสถานการณ์ตรงนั้น เมื่อหมดรักแล้วคนๆ หนึ่งมันอยู่ไม่ได้ ซึ่งผมมองว่าพลังงานความรักของคนพวกนี้เยอะมาก และพวกเค้าก็โคตรรักกันเลย จากนั้นก็เลยจับมาปรับเป็นความรักของหนุ่มสาว ซึ่งแค่เป็นแฟนกัน ไม่ใช่สามีภรรยา เอาให้สุดโต่งเลย ซึ่งจะเห็นความรักของชายคนหนึ่งในรูปแบบนี้ อย่าถามว่ามีมั้ย แต่อยากให้คิดว่าคุณอยากได้ผู้ชายแบบนี้มั้ย?"
-พี่อ๊อฟ พงพัฒน์ ผู้กำกับ-
" Happy Birthday "
คำจำกัดความหนังเรื่องนี้ น่าจะเป็น หนังซึ้ง มากกว่าจะเป็นหนังเศร้า
ออกจะติดโรแมนติกเล็ก ๆ ด้วยซ้ำ
พระเอกสัญญากับนางเอกว่า อีก50 ปี จะมาดูฝนดาวตกเป็นเพื่อนนางเอก
แล้วก็เป็นอย่างงั้นจริง ๆ
ชายหนุ่ม หญิงสาว กิ๊กกั๊ก ๆ กัน มาดี ๆ
แต่กลับมีอุบัติเหตุกับหญิงสาวถึงขนาดก้านสมองตาย
ทางการแพทย์ถือว่า ก้านสมองตาย เท่ากับว่าบุคคลนั้นเสียชีวิตแล้ว
เพราะอะไร ? ก้านสมองควบคุมหลาย ๆระบบของร่างกาย
ระบบหมุนเวียนเลือดและการเต้นของหัวใจ ระบบหายใจ
ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของก้านสมอง
ซึ่งในเรื่องนี้ นางเอกก็หายใจเองไม่ได้ ใช้เครื่องช่วยหายใจ
มีเหตุผลอะไร ที่คนๆนึง สามารถอยู่เคียงข้างชีวิตคน ๆนึง
ในสภาพแบบนี้
ก็ไม่รู้แฮะ ไม่เคยตกอยู่ในสภาพแบบนี้ (--")
อาจเป็นเพราะ "พลังงานความรัก" อย่างที่ผู้กำกับบอก
มันไม่ใช่ความรักธรรมดา มันเป็น "พลังงานความรัก"
พลังงาน=มองไม่เห็น ฟังไม่ได้ยิน แต่รับรู้ได้ สัมผัสได้ว่ามันมีอยู่
เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่
"เมื่อพูดถึงความรัก เรามักจะเคยชินกับคำว่าความสุข แต่จริงๆแล้วเนี่ย คุณจะปฏิเสธได้รึเปล่าว่ามีความเศร้าอยู่ เมื่อมีความสุขแล้วคุณบอกว่า เนี่ยคือความรัก แต่เมื่อมีความเศร้าคุณจะบอกว่ามันไม่ใช่ความรักเหรอ"
อีกหนึงประโยค จากบทสัมภาษณ์ผู้กำกับ
ความรู้สึกแรกเลยตอนดูหนัง
..เว่อร์ได้อีก มีคนแบบนี้อยู่จริงเหรอ..
หลายคนต้องรู้สึกแบบนี้แน่ ๆ
มีเหตุผลอะไร ที่คนๆนึง สามารถอยู่เคียงข้างชีวิตคน ๆนึง
ในสภาพแบบนี้ แล้วจะอยู่ในสภาพแบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่
พระเอกแลดูเหนื่อยมาก ความเครียดและความเหนื่อยที่มันก่อขึ้นทุกวัน ๆ
จนเมื่อเวลาผ่านไปนานจนถึงจุด ๆ นึง
ความเครียดและความเหนื่อย
ไม่ได้มีผลต่อการรอคอย
พระเอกมีความสุข ในการดูแล เอาใจใส่
นี่รึป่าว ไคลแม็กซ์ของพลังงานความรัก
"จะทนในสภาพแบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่"
ไม่มีผลอีกต่อไป
ในเรื่องมีฉากนึงที่ มีคนที่ทำงานของพระเอก พูดถึงพระเอก
อารมณ์ประมาณว่า มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละ ที่เป็นแบบนี้ จะอยู่แบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่กัน
แล้วก็มีเพื่อนพระเอก
"ถ้าเธอต้องตกอยู่ในสภาพแบบแฟนเค้า เธอต้องการผู้ชายแบบนี้มั้ย"
ย้อนกลับไปถึงคำพูดของผู้กำกับ
"อย่าถามว่ามีมั้ย แต่อยากให้คิดว่าคุณอยากได้ผู้ชายแบบนี้มั้ย?"
".............................."
เราไม่ควรลืมความรักแบบนี้ มันเป็นความรั๊ก ความรัก
หนังเรื่องนี้นำเสนอเรื่องของความรักในซอกหลืบได้อย่างประทับใจ
มันเป็นซอกหลืบที่บวมด้วยพลังงานความรัก ซึ้งเว่อร์ ๆ
สังคมบ้านเราน่าจะมีหลาย ๆซอกหลืบหน่อยก็ดีเนาะ เอาแบบเยอะ ๆ
ฉากสวย มาก ๆ ภาพสวย มาก ๆ
คงจะต้องมีทริป ตามรอย Happy Birthday เกิดขึ้นซะแล้ว
หนังเรื่องนี้รู้สึกจะลาโรงไปแล้วนะคะ แต่ก็ลองดูกันนะคะ
รู้สึกว่าเป็นการดูหนังไทยที่คุ้ม
หนังดีส่งท้ายปีเก่าเลยแหละ ^^"
ดีจัง ที่มีหนังมุมมองแบบนี้
นอกจากจะซึ้งถึงนิยามรักกันแบบอิ่มเอมแล้ว
คงมีอีกหลายคนที่มีอีกคำถามเกิดขึ้นในใจ
."แล้วเราจะรักคน ๆ นึงได้ขนาดนี้มั้ยเนี่ย"

แต่เราไม่อยากโดนรถชนแบบเภานะ
ความรักมีทั้งสุขและทุกข์ ถ้าไม่มีสองอย่างนี้
จะใช่ความรักไหมล่ะ
#1 By niCssArA on 2009-01-08 22:08